
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานวานนี้ (13 พ.ย.) ว่า ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (EV)ในยุโรปกำลังอยู่ในช่วงชะลอตัว เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง รวมไปถึงภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา และผู้บริโภคเลือกที่จะรอคอยรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูก ซึ่งคาดว่าจะถูกวางจำหน่ายในช่วง 2 - 3 ปีข้างหน้า
ภายหลังรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั่วโลก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ล่าสุด ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในทวีปยุโรป ดูเหมือนว่าจะเข้าสู่ภาวะชะลอตัวแล้ว ภายหลังผู้บริโภคจำนวนมาก เลือกที่จะรอคอยรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกและมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าในปัจจุบัน แม้ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในทวีปยุโรป จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 47% ก็ตาม แต่บรรดาค่ายผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าต่างคาดการณ์ว่า ยอดคำสั่งซื้อจะลดลงในอนาคต เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงและภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาอาจส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่าย โดยคำสั่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของ Volkswagen ลดลงครึ่งหนึ่งจากปีที่แล้ว
ผลการวิจัยของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลระดับโลก 4 แห่ง รวมถึงตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในเยอรมนีและอิตาลี ต่างกล่าวว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าชะลอตัว คือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงความไม่มั่นใจของผู้บริโภคที่มีต่อรถยนต์ไฟฟ้า ในด้านของความปลอดภัยและราคา ซึ่งรวมถึงราคาของเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
โดยหัวหน้าตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ารายหนึ่งเปิดเผยว่า “ปัจจัยหลักที่ทำให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าชะลอตัว คือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ” พร้อมกล่าวเสริมว่า “ผู้บริโภคหลายรายคาดการณ์ว่า ในอนาคตเทคโนโลยีของรถยนต์ไฟฟ้าจะถูกพัฒนามากขึ้นกว่าปัจจุบัน และคาดว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีประสิทธิภาพสูงสุด ในอีก 3 ปีข้างหน้า ทำให้ผู้บริโภคเลือกที่จะรอจนกว่าถึงเวลาดังกล่าว มากกว่าการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในตอนนี้ ซึ่งมีโอกาสที่จะประสบกับราคาตกอย่างรวดเร็ว”
ขณะที่ AutoTrader กล่าวเพิ่มเติมว่า รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ใหม่ในสหราชอาณาจักรยังคงมีราคาแพงกว่ารถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉลี่ย 33% และรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่เน้นทำตลาดในกลุ่มผู้บริโภคระดับเริ่มต้น จะยังคงไม่ถูกวางจำหน่ายในตลาดอย่างเร็วที่สุดคือปี 2568 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าต่าง ๆ จะต้องเผชิญการแข่งขันอย่างรุนแรงกับค่ายผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน อาทิ BYD และ Nio
ทั้งนี้ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรของ AutoTrader ระบุว่า “แม้ผู้บริโภคจะอยากทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อสิ่งแวดล้อม แต่การซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน ดูเหมือนว่าต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก” พร้อมกล่าวเสริมว่า "ผู้บริโภคส่วนใหญ่ น่าจะซื้อรถยนต์ประเภทเครื่องยนต์ไฮบริดก่อนรถยนต์ไฟฟ้า"
ซึ่งก่อนหน้านี้ บรรดานักวิจารณ์เคยกล่าวเตือนว่า ปัญหาขาดแคลนรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูก จะส่งผลกระทบต่อยอดขายของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทุกราย โดยยอดขายที่ชะลอตัวในเดือนก.ย. อาจบ่งชี้ว่ายุคความนิยมรถยนต์ไฟฟ้า อาจมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว
อ่านบทความและอื่น ๆ ( ผู้บริโภคในยุโรป ชะลอซื้อรถยนต์ไฟฟ้า หลังเศรษฐกิจซบเซา-ไม่มั่นใจในเทคโนโลยี - efinanceThai )https://ift.tt/8n1a6P5
รถยนต์
Bagikan Berita Ini
0 Response to "ผู้บริโภคในยุโรป ชะลอซื้อรถยนต์ไฟฟ้า หลังเศรษฐกิจซบเซา-ไม่มั่นใจในเทคโนโลยี - efinanceThai"
Post a Comment