Search

อัลไซเมอร์ : พฤติกรรมการขับรถยนต์อาจเผยสัญญาณเบื้องต้นของภาวะสมองเสื่อม - บีบีซีไทย

ซาเยห์ บายัต นักศึกษาปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยโทรอนโต

ที่มาของภาพ, Roe Lab

ลักษณะการขับรถของคนเราอาจเปลี่ยนแปลงไปเมื่ออายุมากขึ้น แต่สำหรับคนบางส่วน นักวิทยาศาสตร์บอกว่า ความแตกต่างบางอย่างเกี่ยวกับการควบคุมยานพาหนะของพวกเขา อาจมีส่วนเกี่ยวข้องของการเป็นโรคอัลไซเมอร์ในระยะแรกได้

ในการทดลองนี้ มีการใช้อุปกรณ์ติดตามตำแหน่งโดยยึดตามระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก (Global Positioning System-GPS) ในการจับตามองการขับรถของกลุ่มคนอายุมากกว่า 65 ปีในรัฐมิสซูรีของสหรัฐฯ ที่ยินยอมเข้าร่วมการศึกษาอย่างใกล้ชิดนานเป็นเวลา 1 ปี

สิ่งที่นักวิจัยต้องการหาคำตอบคือ การศึกษาว่า นิสัยการขับขี่รถยนต์ของคนกลุ่มนี้เพียงลำพังอาจเปิดเผยถึงการเป็นโรคอัลไซเมอร์ในระยะเริ่มต้นได้หรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องใช้กระบวนการทางการแพทย์ที่มีราคาแพงหรือต้องใช้วิธีการที่ล่วงล้ำร่างกายของคนไข้

หลังจากการเก็บรวบรวมข้อมูลนาน 365 วัน พวกเขามั่นใจว่า สามารถทำได้

ในจำนวนคนที่เข้าร่วมการศึกษา 139 คน การทดสอบทางการแพทย์ระบุอยู่แล้วว่า ราวครึ่งหนึ่งของพวกเขามีสัญญาณ "เริ่มต้น" ของการเป็นโรคอัลไซเมอร์ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งไม่มีสัญญาณ การวิเคราะห์การขับขี่ของพวกเขาได้เปิดเผยถึงความแตกต่างที่สามารถตรวจจับได้ระหว่างคนสองกลุ่มนี้

โดยเฉพาะคนที่มีสัญญาณเบื้องต้นของการเป็นอัลไซเมอร์ มักจะขับรถช้ากว่า เปลี่ยนใจกะทันหัน เดินทางในเวลากลางคืนน้อยกว่า และระยะทางขับรถโดยรวมน้อยกว่า เป็นต้น พวกเขามักจะขับรถไปยังที่หมายต่าง ๆ ที่หลากหลายที่มีขนาดเล็กกว่า โดยใช้เส้นทางที่จำกัดมากกว่านิดหน่อย

ภาพการสแกนเอ็มอาร์ไอสมอง

ที่มาของภาพ, Getty Images

ซาเยห์ บายัต นักศึกษาปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยโทรอนโต ซึ่งเป็นผู้นำการศึกษานี้ กล่าวว่า "การที่คนขับรถภายใต้สภาพแวดล้อมประจำวัน ตั้งแต่จากสถานที่ที่พวกเขาเดินทางไป ไปจนถึงลักษณะการขับขี่ สามารถบอกเราได้มากเกี่ยวกับสุขภาพของพวกเขา"

อุปกรณ์ติดตามจีพีเอสที่ติดไว้กับรถยนต์ของผู้ร่วมการศึกษาเปิดเผยถึงลักษณะการขับขี่เหล่านี้ และช่วงเวลาที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

ก่อนหน้านี้ นักวิจัยที่ทำการศึกษาได้แบ่งผู้ร่วมการศึกษาออกเป็นผู้ที่มีอาการเบื้องต้นของโรคอัลไซเมอร์ และผู้ที่ไม่มีอาการดังกล่าว โดยใช้การทดสอบทางการแพทย์อย่าง การตรวจของเหลวในไขสันหลัง และการสแกน positron emission tomography (PET) ซึ่งเป็นเทคนิคการถ่ายภาพการทำงานของอวัยวะด้วยการวิเคราะห์โพซิตรอนที่ปล่อยออกมา

แต่เมื่อได้ข้อมูลการขับขี่รถยนต์มา พวกเขาสามารถที่จะออกแบบจำลองที่ใช้ทำนายโอกาสที่คนจะมีสัญญาณเบื้องต้นของการเป็นอัลไซเมอร์ได้ โดยการใช้เพียงแค่อายุและข้อมูลการขับขี่ที่ได้จากอุปกรณ์ติดตามจีพีเอสเท่านั้น และวิธีการนี้มีความแม่นยำถึง 86%

"การใช้ตัวบ่งชี้ที่น้อยมากเหล่านี้...คุณอาจมั่นใจได้อย่างมากในการระบุว่า คนคนนั้นมีสัญญาณเบื้องต้นของการเป็นโรคอัลไซเมอร์หรือไม่" บายัต กล่าว

แบบจำลองนี้มีความแม่นยำมากขึ้นไปอีก (90%) เมื่อมีการเพิ่มผลการการทดสอบทางพันธุกรรมของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่เรียกว่า apolipoprotein E (APOE) เข้าไป ซึ่งลักษณะทางพันธุกรรมนี้บ่งบอกว่า คุณอาจมีความเสี่ยงของการเป็นโรคอัลไซเมอร์ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากทางพันธุกรรมหรือไม่

แต่การคาดการณ์ที่ใช้เพียงอายุและข้อมูลการขับขี่เท่านั้นก็เกือบจะแม่นยำ

อุปกรณ์แกะรอย GPS

ที่มาของภาพ, Roe Lab

หลังจากนี้จำเป็นต้องมีการศึกษาขนาดใหญ่ขึ้นและเป็นการสุ่มตัวอย่าง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมการขับรถที่ตรวจพบกับสัญญาณเบื้องต้นของการเป็นอัลไซเมอร์

อย่างไรก็ตาม ตัวที่อาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคือ นี่อาจจะเป็นวิธีการตรวจสอบอาการในระยะแรกที่ต้นทุนต่ำที่สุดที่อาจใช้ในการสนับสนุนการรักษาได้ แต่ก็มีคำถามเกิดขึ้นเช่นกันว่า ผู้สูงอายุจะต้องการให้มีการแกะรอยการขับขี่รถยนต์ของพวกเขาอย่างใกล้ชิดหรือไม่ แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นผลดีต่อสุขภาพของพวกเขาก็ตาม

การที่พฤติกรรมการขับรถของคนเราเปลี่ยนแปลงไปเมื่อป่วยเป็นอัลไซเมอร์มีหลักฐานสนับสนุนเป็นอย่างดี สถาบันแห่งชาติสหรัฐฯ เกี่ยวกับการชราภาพ (US National Institute on Aging) ระบุว่า สมาชิกในครอบครัวอาจจะสังเกตเห็นว่า บุคคลอันเป็นที่รักของพวกเขาใช้เวลานานขึ้นในการเดินทางง่าย ๆ เกิดความผิดพลาดในการขับขี่บ่อยครั้งขึ้น หรือสับสนว่าที่เหยียบอันไหนคือคันเร่งเป็นต้น

แต่การที่จะตรวจจับการเปลี่ยนแปลงแอบแฝงมากกว่านี้ก็ยังเป็นเรื่องยาก อย่าง ปกติเป็นคนขับรถช้าอยู่แล้ว บายัตระบุว่า การจับความแตกต่างนี้จำเป็นต้องเก็บข้อมูลสักช่วงเวลาหนึ่งเพื่อการวิเคราะห์อย่างละเอียด

เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ร่วมการศึกษาที่มีอาการเบื้องต้นของการเป็นโรคอัลไซเมอร์ ในบางกรณี จะขับรถยนต์น้อยลงในช่วงกลางคืน จำกัดการขับขี่ของพวกเขาเฉพาะในพื้นที่ขนาดเล็กรอบ ๆ บ้าน หรือเดินทางใช้เวลานานกว่าที่คาด

ลอรา ฟิปป์ส จากสถาบันวิจัยอัลไซเมอร์

ที่มาของภาพ, Alzheimer's Research UK

บายัต บอกว่า วิธีการที่ดีที่สุดในการทำนายผ่านข้อมูลการขับรถสำหรับคนที่ไม่มีอาการเบื้องต้นของการเป็นอัลไซเมอร์ว่า มีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคนี้หรือไม่ อาจจะต้องมีการสังเกตการใช้รถของพวกเขาในช่วงเวลาที่ยาวนานขึ้น ซึ่งจะช่วยเผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงการขับขี่รถของพวกเขาได้

ลอรา ฟิปป์ส ที่สถาบันวิจัยอัลไซเมอร์ของสหราชอาณาจักร กล่าวว่า การศึกษานี้ "น่าสนใจมากจริง ๆ" และกล่าวเพิ่มเติมว่า สมาชิกในครอบครัวของผู้ป่วยที่ต่อมาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นอัลไซเมอร์ มักสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการขับรถของผู้ป่วย

ดร.ฟิปป์ส กล่าวว่า "สิ่งที่พวกเขาบอกเรา ซึ่งมักเป็นหนึ่งในอาการเริ่มแรก หรือสัญญาณที่พวกเขาสังเกตเห็นว่า ญาติเริ่ม...หลงทาง"

เธอกล่าวว่า ปัจจุบันมียาไม่กี่ชนิดที่ใช้ในการรักษาโรคอัลไซเมอร์ในระยะเริ่มต้น แต่เธอหวังว่า อนาคตจะเปลี่ยนแปลงไป ถ้าหากสามารถมีข้อบ่งชี้ในระยะแรกได้ว่า ใครที่น่าจะมีอาการ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการตรวจที่ใช้เงินมากและต้องรุกล้ำร่างกายของคนไข้ ก็อาจช่วยแพทย์ให้ทราบว่า ควรจะมีการสั่งยารักษาคนไข้ได้เมื่อไหร่

"การวิจัยได้แสดงให้เห็นแล้วว่า โรคนี้อาจเริ่มเกิดขึ้นในสมองก่อนหน้าที่จะแสดงอาการได้นานถึง 20 ปี" เธอกล่าว

ข้อมูลเชิงลึกจากการขับรถหรือพฤติกรรมอื่น ๆ อย่างการเปลี่ยนแปลงการพูด อาจจะนำมาใช้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตที่อาจจะทำให้หลีกเลี่ยงการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ บริการสุขภาพแห่งชาติ (National Health Service--NHS) ของสหราชอาณาจักร แนะนำว่า การดูแลสุขภาพหัวใจของคุณ การเข้าสังคม และการทำให้สมองตื่นตัวอยู่เสมอ เป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันที่คนสามารถทำได้

Adblock test (Why?)

อ่านบทความและอื่น ๆ ( อัลไซเมอร์ : พฤติกรรมการขับรถยนต์อาจเผยสัญญาณเบื้องต้นของภาวะสมองเสื่อม - บีบีซีไทย )
https://ift.tt/3xWhGkI
รถยนต์

Bagikan Berita Ini

0 Response to "อัลไซเมอร์ : พฤติกรรมการขับรถยนต์อาจเผยสัญญาณเบื้องต้นของภาวะสมองเสื่อม - บีบีซีไทย"

Post a Comment

Powered by Blogger.