น้ำมันเครื่องรถยนต์ มียี่ห้อไหนน่าสนใจบ้าง มีวิธีเลือกซื้อน้ำมันเครื่องดีเซลและน้ำมันเครื่องเบนซินอย่างไร ต้องดูอะไรบ้าง เพื่อให้ตรงกับความต้องการและคุ้มค่ามากที่สุด

สำหรับเจ้าของรถยนต์ ต่างก็รู้ดีว่า การมีรถสักคันก็ต้องยอมเสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องที่ต้องทำเป็นประจำทุก ๆ 8,000-10,000 กิโลเมตร หรือ 6 เดือน และขึ้นอยู่กับการใช้งาน หากใช้รถบ่อยก็ควรจะเปลี่ยนทุก ๆ 5,000 กิโลเมตร หรือทุก 3 เดือน ซึ่งถ้าไม่เปลี่ยนถ่ายตามกำหนดก็อาจส่งผลให้การทำงานของเครื่องยนต์ลดลง มีผลต่ออัตราเร่งของเครื่องและอาจส่งผลต่อระบบไฟทั้งหมดของตัวรถ และเกิดค่าใช้จ่ายมหาศาลตามมา
วิธีเลือกน้ำมันเครื่อง
ปัจจุบันมีน้ำมันเครื่องรถยนต์หลากหลายมาก ดังนั้นเราต้องมีหลักการในการเลือกน้ำมันเครื่อง ดังต่อไปนี้
เลือกน้ำมันเครื่องให้ตรงตามชนิดเครื่องยนต์ (เครื่องยนต์ดีเซลหรือเครื่องยนต์เบนซิน)
เลือกประเภทของน้ำมันเครื่อง หรือเกรดของน้ำมันเครื่อง แต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป ซึ่งมี 3 แบบ ดังนี้
-
น้ำมันเครื่องธรรมดา (Synthetic) ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นที่กลั่นจากน้ำมันปิโตรเลียม ใช้งานได้ประมาณ 3,000-5,000 กม.
-
น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ (Semi Synthetic) ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นธรรมดากับชนิดสังเคราะห์ ใช้งานได้ประมาณ 5,000-7,000 กม.
-
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ (Fully Synthetic) ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นที่สังเคราะห์จากน้ำมันปิโตรเลียม ใช้งานได้ประมาณ 7,000-10,000 กม.
เลือกจากค่าความหนืด (ค่า SAE) หรือเบอร์น้ำมันเครื่อง
บนฉลากน้ำมันเครื่องจะแสดงค่า SEA (Society of Automotive Engineers) คือ มาตรฐานน้ำมันเครื่องของสมาคมวิศวกรรมยานยานต์ ที่เอาไว้แสดงค่าความหนืด หรือความข้นใสของน้ำมันเครื่อง ทั้งที่อุณหภูมิต่ำและสูง ซึ่งที่วางขายในประเทศไทยส่วนใหญ่จะระบุไว้ดังนี้

-
ตัวเลขชุดแรก คือ ค่าการทนความเย็นของน้ำมันเครื่อง หรือค่าความต้านทานการเป็นไขของน้ำมันเครื่องในอุณหภูมิต่ำ ซึ่งมีตั้งแต่ 0-20W
-
ตัวเลขชุดหลัง คือ ค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องที่อุณหภูมิสูง มากน้อยขึ้นอยู่กับตัวเลข มีตั้งแต่ 5, 10, 20, 30, 40, 50 และ 60 ตามลำดับ โดยความหนืดที่เหมาะสมสำหรับเครื่องยนต์ทั่วไปอยู่ที่ 20-40
ซึ่งค่าต่าง ๆ เหล่านี้สามารถดูได้จากคู่มือการใช้รถเพื่อเลือกน้ำมันเครื่องที่ดีที่สุดให้กับรถยนต์ของเราจะดีที่สุด สามารถอ่านค่าของน้ำมันเครื่องเพิ่มเติมได้ที่ น้ำมันเครื่องรถยนต์มีกี่แบบ เลือกแบบไหนดีที่สุด
และสำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าควรใช้น้ำมันเครื่องรถยนต์แบบไหนดี วันนี้เราได้รวบรวมยี่ห้อน้ำมันเครื่องรถยนต์แบบกึ่งสังเคราะห์และสังเคราะห์ รวมทั้งค่าความหนืด ระยะการใช้งาน และราคามาฝากกัน
แนะนำน้ำมันเครื่องยี่ห้อไหนดี ปี 2021
น้ำมันเครื่องเบนซิน
1. น้ำมันเครื่องเบนซิน Valvoline Durablend
น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ใส่ส่วนผสมพิเศษช่วยเพิ่มการปกป้องเครื่องยนต์ที่ต้องทำงานหนัก ช่วยให้เครื่องยนต์สะอาด ปราศจากคราบเขม่า ลดการสึกหรอและช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
-
เกรด : กึ่งสังเคราะห์
-
ค่าความหนืด : SAE 10W-40
-
ระยะการใช้งาน : 8,000-10,000 กม. หรือ 6 เดือน
-
ขนาดบรรจุ : 4 ลิตร
-
ราคา : 750 บาท
2. น้ำมันเครื่องเบนซิน CALTEX Havoline Synthetic Blend
น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ มีส่วนผสมพิเศษช่วยในการปกป้องเครื่องยนต์อย่างยอดเยี่ยม ทนต่อความร้อนสูง และยังช่วยยืดอายุการเปลี่ยนถ่าย ป้องกันคราบเขม่า และยังสามารถใช้ได้กับเครื่องยนต์แก๊สทั้ง CNG และ LPG รวมถึงเครื่องยนต์ระบบเชื้อเพลิงคู่ (แก๊สและน้ำมัน) ได้
-
เกรด : กึ่งสังเคราะห์
-
ค่าความหนืด : SAE 10W-40
-
ระยะการใช้งาน : 10,000 กม. หรือ 6 เดือน
-
ขนาดบรรจุ : 4 ลิตร
-
ราคา : 800 บาท
3. น้ำมันเครื่องเบนซิน Shell Helix HX7
น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ มีส่วนผสมของน้ำมันแร่และน้ำมันสังเคราะห์เพื่อเสริมคุณสมับติให้ดีกว่าน้ำมันเครื่องทั่วไป ใส่สารพิเศษช่วยป้องกันการสึกหรอและยืดอายุการใช้งาน ช่วยรักษาความสะอาดและป้องกันการก่อตัวของคราบเขม่าและคราบสกปรก ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
-
เกรด : กึ่งสังเคราะห์
-
ค่าความหนืด : SAE 5W-40
-
ระยะการใช้งาน : 7,000 กิโลเมตร หรือ 6 เดือน
-
ขนาดบรรจุ : 4 ลิตร
-
ราคา : 850 บาท
4. น้ำมันเครื่องเบนซิน PTT Performa Synthetic Eco Car
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100% สำหรับรถอีโคคาร์โดยเฉพาะ ทั้งระบบฉีดเชื้อเพลิงแบบทั่วไป (ฉีดด้านหลังวาล์วไอดี, PFI) หรือแบบฉีดตรงเข้าห้องเผาไหม้ (GDI / Turbo-GDI) มีคุณสมบัติพิเศษช่วยให้เครื่องยนต์ตอบสนองอัตราเร่งระดับขีดสุดทุกช่วงความเร็ว และปกป้องเครื่องยนต์จากการสึกหรอได้ดียิ่งขึ้นสูงสุด 38% รองรับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงหลายประเภท ได้แก่ เบนซินล้วน (ULG) และแก๊สโซฮอล์ (E10, E20 และ E85)
-
เกรด : สังเคราะห์ 100%
-
ค่าความหนืด : SAE 0W-20
-
ระยะการใช้งาน : 15,000 กม. หรือ 6 เดือน
-
ขนาดบรรจุ : 3 ลิตร
-
ราคา : 950 บาท
5. น้ำมันเครื่องเบนซินบางจาก FURiO
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% ผลิตจากนวัตกรรม Respoplex Technology ช่วยปกป้องเครื่องยนต์ขณะสตาร์ท ลดการสึกหรอแม้เครื่องยนต์มีอุณหภูมิการทำงานที่ร้อนจัด ชะล้างทำความสะอาดเขม่าและตะกอน รักษาความสะอาดของกระบอกสูบ ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด ช่วยยืดอายุเครื่องยนต์
-
เกรด : สังเคราะห์ 100%
-
ค่าความหนืด : SAE 5W-30
-
ระยะการใช้งาน : 20,000 กม. หรือ 6 เดือน
-
ขนาดบรรจุ : 4 ลิตร
-
ราคา : 1,220 บาท
6. น้ำมันเครื่องเบนซิน Mobil 1 Advanced Fuel Economy
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100% มีสมบัติช่วยให้เครื่องยนต์สะอาดเหมือนใหม่ สูตรสังเคราะห์ขั้นสูง ความหนืดต่ำ มีสารช่วยเพิ่มคุณสมบัติในการประหยัดเชื้อเพลิง ช่วยทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพ ป้องกันการสึกหรอของเครื่องยนต์
-
เกรด : สังเคราะห์ 100%
-
ค่าความหนืด : SAE 0W-20
-
ระยะการใช้งาน : 10,000 กม. หรือ 6 เดือน
-
ขนาดบรรจุ : 4 ลิตร
-
ราคา : 2,300 บาท
น้ำมันเครื่องดีเซล
7. น้ำมันเครื่องดีเซล Castrol Magnatec Pick-Up
น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ เหมาะกับเครื่องยนต์คอมมอนเรล ใส่สารพิเศษช่วยปกป้องเครื่องยนต์ระหว่างการอุ่นเครื่อง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การสึกหรอของเครื่องยนต์เกิดขึ้นถึง 75% และทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่มีสะดุดตลอดการเดินทาง รักษาความหนืดให้คงที่ทำให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
-
เกรด : กึ่งสังเคราะห์
-
ค่าความหนืด : SAE 10W-30
-
ระยะการใช้งาน : 7,000 กม. หรือ 6 เดือน
-
ขนาดบรรจุ : 6 ลิตร
-
ราคา : 1,080 บาท
8. น้ำมันเครื่องดีเซล PTT Dynamic Commonrail Synthetic
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% เหมาะกับเครื่องยนต์ระบบคอมมอนเรล เช่น รถปิคอัพ, รถเก๋งดีเซล, รถยนต์อเนกประสงค์ประเภท MPV และ SUV คุณสมบัติพิเศษช่วยทำให้เครื่องยนต์สะอาด ควบคุมเขม่า ป้องกันการเกิดโคลน เพิ่มอัตราการเร่งแซง เพิ่มระดับการปกป้องเครื่องยนต์เต็มประสิทธิภาพ และยืดอายุการใช้งานยาวนานสูงสุด
-
เกรด : สังเคราะห์ 100%
-
ค่าความหนืด : SAE 5W-30
-
ระยะการใช้งาน : 15,000 กม. หรือ 6 เดือน
-
ขนาดบรรจุ : 6 ลิตร
-
ราคา : 1,615 บาท
9. น้ำมันเครื่องดีเซล Valvoline Diesel Synthetic
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% เหมาะกับเครื่องยนต์คอมมอนเรล ใส่สารพิเศษ POLY ALPHA OLEFINS (PAO) ประเภท TRI-SYNTHETIC เทคโนโลยีเฉพาะของวาโวลีน เพิ่มคุณภาพเหนือกว่าน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ทั่วไป ช่วยให้เครื่องยนต์สะอาดไร้คราบเขม่า และปกป้องเครื่องยนต์ให้ใช้งานได้อย่างยาวนาน
-
เกรด : สังเคราะห์ 100%
-
ค่าความหนืด : SAE 5W-40
-
ระยะการใช้งาน : 10,000-12,000 กม. หรือ 6 เดือน
-
ขนาดบรรจุ : 6 ลิตร
-
ราคา : 1,900 บาท
10. น้ำมันเครื่องดีเซลบางจาก Furio
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% โดยเฉพาะรถดีเซลที่ใช้ระบบจ่ายเชื้อเพลิง Commonrail และรถอเนกประสงค์ (MPV/SUV) พัฒนาด้วย Respoplex Technology ใส่สารเพิ่มคุณภาพมีฟิล์มน้ำมันที่แข็งแรงเป็นพิเศษ ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ลดปัญหาการสึกหรอในขณะสตาร์ทได้ดี รักษาความสะอาดของลูกสูบ และแหวนสูบ
-
เกรด : สังเคราะห์ 100%
-
ค่าความหนืด : SAE 5W-30
-
ระยะการใช้งาน : 20,000 กม. หรือ 6 เดือน
-
ขนาดบรรจุ : 6 ลิตร
-
ราคา : 2,120 บาท
11. น้ำมันเครื่องดีเซล Mobil 1 Turbo Diesel
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% เพิ่มสารพิเศษช่วยให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเครื่อง ป้องกันการสึกหรอของเครื่องยนต์แม้ใช้งานมาอย่างหนักหน่วงตลอดเวลา เหมาะกับรถปิคอัพ รถอเนกประสงค์ (SUV) รถยนต์โดยสารส่วนบุคคล รถบรรทุกเบา และรถตู้
-
เกรด : สังเคราะห์ 100%
-
ค่าความหนืด : SAE 5W-40
-
ระยะการใช้งาน : 10,000 กม. หรือ 6 เดือน
-
ขนาดบรรจุ : 6 ลิตร
-
ราคา : 2,450 บาท
12. น้ำมันเครื่องดีเซล Shell Helix Ultra
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% ที่ใช้เทคโนโลยีเชลล์ เพียวพลัส ซึ่งทำให้น้ำมันเครื่องทำความสะอาดเครื่องยนต์ตลอดเวลา ป้องกันการเกิดคราบเหนียว ใส่สารพิเศษช่วยปกป้องพื้นผิวและปรับสมดุลกรดกัดกร่อนที่เกิดจากการเผาไหม้
-
เกรด : สังเคราะห์ 100%
-
ค่าความหนืด : SAE 0W-40
-
ระยะการใช้งาน : 10,000 กม. หรือ 6 เดือน
-
ขนาดบรรจุ : 6 ลิตร
-
ราคา : 2,700 บาท
จะเห็นได้ว่าน้ำมันเครื่องมีหลากหลายยี่ห้อแล้วแต่ความชอบและสมรรถนะที่ต้องการ ทั้งนี้ต้องเลือกให้เหมาะกับเครื่องยนต์ และอย่าลืมให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเพื่อรักษารถคู่ใจให้อยู่กับเราไปนาน ๆ
https://ift.tt/3vZSEAk
รถยนต์
Bagikan Berita Ini
0 Response to "น้ำมันเครื่องรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี เลือกน้ำมันเครื่องรถยนต้องดูอะไรบ้าง - kapook.com"
Post a Comment